ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
LoveSesaminSmall Seeds · Brighter Living

BLACK SESAME

ความรู้เรื่องงาดำ

ตั้งแต่สารสำคัญในเมล็ด ความต่างระหว่างงาดำ งาขาว และน้ำมันงา ไปจนถึงวิธีเก็บรักษาที่ทำได้จริงในครัว

งาเป็นพืชที่มนุษย์ปลูกและใช้เป็นอาหารมานาน เมล็ดงาให้ทั้งไขมันไม่อิ่มตัว โปรตีน ใยอาหาร และแร่ธาตุหลายชนิด งาดำและงาขาวมาจากพืชสกุลเดียวกัน ต่างกันที่สายพันธุ์และสีของเปลือกเมล็ด

สารสำคัญที่พบในเมล็ดงา

  • ลิกแนน เช่น เซซามิน เซซาโมลิน และเซซามอล ซึ่งเป็นกลุ่มที่ถูกนำมาศึกษามากที่สุด
  • ไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของน้ำมันในเมล็ด
  • โปรตีนและใยอาหาร จากเนื้อเมล็ด
  • แร่ธาตุหลายชนิด เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก และสังกะสี ปริมาณดูได้จากฐานข้อมูลโภชนาการ

งาดำ งาขาว และน้ำมันงา ใช้ต่างกันอย่างไร

  • ลักษณะ

    งาดำ
    เมล็ดเปลือกสีเข้ม
    งาขาว
    เมล็ดเปลือกสีอ่อน
    น้ำมันงา
    น้ำมันที่บีบจากเมล็ดงา
  • การใช้ทั่วไป

    งาดำ
    คั่ว บด โรยอาหาร ทำขนม
    งาขาว
    โรยขนมปัง ทำน้ำจิ้ม ทำขนม
    น้ำมันงา
    ปรุงอาหารและแต่งกลิ่น
  • สิ่งที่ควรดู

    งาดำ
    ความสด กลิ่นหืน การเก็บรักษา
    งาขาว
    ความสด กลิ่นหืน การเก็บรักษา
    น้ำมันงา
    กระบวนการผลิต วันหมดอายุ การเก็บพ้นแสง

เลือกและเก็บอย่างไรให้คงคุณภาพ

  1. 1เลือกเมล็ดที่แห้ง ไม่จับตัวเป็นก้อน ไม่มีกลิ่นหืน
  2. 2ซื้อในปริมาณที่ใช้หมดในเวลาไม่นาน แทนการซื้อครั้งละมาก ๆ
  3. 3เก็บในภาชนะปิดสนิท พ้นแสงแดดและความชื้น
  4. 4เมล็ดที่คั่วแล้วเสื่อมสภาพเร็วกว่าเมล็ดดิบ ควรใช้ให้หมดเร็วกว่า
  5. 5ถ้าเริ่มมีกลิ่นหืน ให้ทิ้ง เพราะไขมันที่เสื่อมสภาพแล้วไม่เป็นผลดีต่อร่างกาย

งาดำในชีวิตประจำวัน

งาดำเป็นอาหาร ไม่ใช่ทางลัดของสุขภาพ การรับประทานอาหารให้หลากหลายและครบ 5 หมู่ ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ ยังคงเป็นพื้นฐานที่สำคัญกว่าการเลือกวัตถุดิบชนิดใดชนิดหนึ่ง

สิ่งที่ทราบจากข้อมูลปัจจุบัน

  • เมล็ดงาเป็นแหล่งของไขมันไม่อิ่มตัว โปรตีน ใยอาหาร และแร่ธาตุหลายชนิด
  • งาดำและงาขาวมาจากพืชสกุลเดียวกัน ต่างกันที่สายพันธุ์และสีเปลือก
  • ลิกแนนในงาละลายในไขมัน จึงพบในส่วนน้ำมันของเมล็ด

สิ่งที่ยังไม่มีข้อสรุป

  • ปริมาณลิกแนนของงาแต่ละสีที่รายงานในงานวิจัยยังแตกต่างกันมาก
  • ยังไม่มีคำแนะนำมาตรฐานว่าควรรับประทานงาวันละเท่าใดเพื่อวัตถุประสงค์ใด

SOURCES

แหล่งอ้างอิงของหน้านี้

  1. แหล่งข้อมูลอ้างอิงตรวจสอบข้อมูลเมื่อ 6 ก.ย. 2569

    [1]FoodData Central — ฐานข้อมูลคุณค่าทางโภชนาการของอาหาร รวมถึงเมล็ดงา

    U.S. Department of Agriculture (USDA) · USDA Agricultural Research Service · 2026

    สิ่งที่งานนี้รายงาน: ใช้เทียบคุณค่าทางโภชนาการของเมล็ดงา เช่น ไขมัน โปรตีน ใยอาหาร แคลเซียม และแร่ธาตุอื่น ต่อน้ำหนักที่กำหนด

    เปิดแหล่งข้อมูลต้นฉบับ
  2. การวิเคราะห์อภิมานระดับหลักฐาน 6 จาก 6
    ตรวจสอบข้อมูลเมื่อ 6 ก.ย. 2569

    [2]Clinical evidence of sesame (Sesamum indicum L.) products and its bioactive compounds on anthropometric measures, blood pressure, glycemic control, inflammatory biomarkers, lipid profile, and oxidative stress parameters in humans: a GRADE-assessed systematic review and dose–response meta-analysis

    Jafari A. และคณะ · Nutrition & Metabolism (London) · 2025

    กลุ่มตัวอย่าง
    รวม 13 การทดลองแบบสุ่มมีกลุ่มควบคุม ผู้เข้าร่วมรวม 521 คน
    ปริมาณที่ใช้ศึกษา
    วิเคราะห์ความสัมพันธ์ตามขนาดที่ได้รับ โดยกลุ่มย่อยที่ได้รับไม่เกิน 10 กรัม/วัน เห็นความแตกต่างชัดกว่า
    ระยะเวลา
    4–12 สัปดาห์
    DOI
    10.1186/s12986-025-00910-7

    สิ่งที่งานนี้รายงาน: รายงานความแตกต่างของค่าน้ำตาลสะสม (HbA1c) และค่าการอักเสบ (CRP, IL-6) เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม ส่วนสัดส่วนร่างกายและความดันโลหิตไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ

    ข้อจำกัดที่ผู้วิจัยระบุเอง: ผู้วิจัยประเมินคุณภาพหลักฐานด้วยระบบ GRADE แล้วพบว่าส่วนใหญ่อยู่ในระดับต่ำถึงต่ำมาก มีเพียงบางผลลัพธ์ที่อยู่ระดับปานกลาง งานส่วนใหญ่ทำในประเทศเดียวและระยะเวลาสั้น

    เปิดแหล่งข้อมูลต้นฉบับ
วิธีใช้ข้อมูลในหน้านี้

หน้านี้เน้นเรื่องงาในฐานะอาหาร ถ้ากำลังมองหาข้อมูลเรื่องสารสกัดและการเลือกซื้อ ให้ไปที่หน้าวิธีเลือกผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีเช็กลิสต์ใช้ได้จริงหน้าชั้นวางสินค้า

ผู้ที่แพ้งาควรหลีกเลี่ยงทั้งเมล็ดงา น้ำมันงา และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของงา และควรอ่านรายการส่วนประกอบทุกครั้งก่อนรับประทาน

ข้อจำกัดความรับผิดชอบด้านสุขภาพ

ข้อมูลบน LoveSesamin.com จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ และไม่ควรใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว ผู้ใช้ยาเป็นประจำ สตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร เด็ก และผู้ที่แพ้งา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน